Prohealth Clinic พร้อมตอบ ปวดหัวไมเกรน vs ออฟฟิศซินโดรมต่างกันไหม รักษาแบบไหนดี

02/02/2026
  • images
  • images
02/Feb/2026 11:00 AM

Prohealth Clinic พร้อมตอบ ปวดหัวไมเกรน vs ออฟฟิศซินโดรมต่างกันไหม รักษาแบบไหนดี

ปวดหัวบ่อย ๆ ไม่แน่ใจว่าเป็นไมเกรนหรือผลจาก ออฟฟิศซินโดรม? เจาะลึกความแตกต่างของอาการ, จุดที่ปวด และแนวทางการรักษาที่ตรงจุด เพื่อให้หายปวด จาก Proheath Clinic

คุณอาจจะเคยทำงานอยู่ก็รู้สึกปวดหัวระหว่างวันจนทำงานต่อไม่ไหว บางครั้งปวดตุบ ๆ หรือบางทีก็ปวดตื้อลามมาจากคอบ่า จนแยกไม่ออกว่าเป็นไมเกรนหรือออฟฟิศซินโดรมกันแน่ หลายคนเลือกที่จะหยิบยาแก้ปวดมากินเพื่อบรรเทาอาการปวดชั่วคราว ซึ่งการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุอาจไม่ใช่ทางออก แต่เป็นการทำความเข้าใจต้นตอของอาการปวดต่างหาก

Prohealth จะพาไปดูความแตกต่างระหว่างปวดหัวไมเกรนกับปวดหัวจากออฟฟิศซินโดรม ตั้งแต่สาเหตุ จุดที่ปวด ไปจนถึงแนวทางการรักษาที่เหมาะสม ช่วยให้คุณแยกแยะความแตกต่าง เพื่อวางแผนการรักษาออฟฟิศซินโดรมหรือไมเกรนได้อย่างตอบโจทย์กับอาการกำลังเป็นอยู่


ปวดหัว ออฟฟิศซินโดรม


ความแตกต่างของสาเหตุหลักและจุดที่ปวด

แม้ทั้งสองโรคจะมีอาการปวดบริเวณศีรษะเหมือนกัน แต่ไมเกรนมีต้นตอจากระบบประสาทและหลอดเลือด ส่วนออฟฟิศซินโดรมเกิดจากพฤติกรรมการใช้ร่างกายที่ผิดท่าจนกล้ามเนื้อตึงเครียดสะสม หากจะเลือกแนวทางรักษาออฟฟิศซินโดรมหรือไมเกรนให้ได้ผลลัพธ์ดีที่สุด จึงต้องเริ่มจากการสังเกตลักษณะการปวดดังนี้


ลักษณะการปวดหัวของ Office Syndrome

สาเหตุ

เกิดจากกล้ามเนื้อเกร็งตึงจากการอยู่ในท่าเดิมนาน ๆ เช่น การก้มหน้าเล่นมือถือ หรือนั่งจ้องจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน

อาการ

มักพบจุดกดเจ็บหรือ Trigger Point บริเวณกล้ามเนื้อคอ บ่า หรือสะบัก เมื่อกดลงไปจะรู้สึกปวดร้าวลามไปที่อื่น และมีความรู้สึกตึงแน่นของกล้ามเนื้อร่วมด้วย

จุดที่ปวด

มักมีอาการปวดตื้อ ๆ รอบศีรษะเหมือนถูกรัด หรือปวดร้าวจากท้ายทอยขึ้นไปถึงขมับและกระบอกตา


ลักษณะการปวดหัวของไมเกรน

สาเหตุ

มักเกี่ยวข้องกับความผิดปกติของหลอดเลือดและสารเคมีในสมอง รวมถึงปัจจัยทางพันธุกรรม

อาการ

มักมีอาการร่วมอย่างคลื่นไส้ อาเจียน หรือไวต่อแสง เสียง และกลิ่น ซึ่งจะทำให้อาการปวดแย่ลง

จุดที่ปวด

ปวดตุบ ๆ ตามจังหวะชีพจร มักปวดข้างเดียวแต่อาจย้ายข้างได้ หรือปวดทั้งสองข้างพร้อมกัน


ปัจจัยที่ทำให้ปวดหัวมากยิ่งขึ้น

นอกจากสาเหตุหลักแล้ว ปัจจัยกระตุ้นในชีวิตประจำวันก็มีส่วนที่ทำให้ความรุนแรงของอาการเพิ่มขึ้นได้ เช่น


ท่าทางที่ไม่เหมาะสม

การนั่งหลังค่อม ยื่นคอ ทำงานหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานโดยไม่พัก ล้วนทำให้กล้ามเนื้อทำงานหนักและเกิดอาการปวดซ้ำจนเกิดอาการอักเสบเรื้อรัง ส่งผลให้เกิดอาการปวดของออฟฟิศซินโดรมตามมา


ความเครียด

ในฝั่งของไมเกรน ความเครียด การพักผ่อนน้อย ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง หรืออาหารบางชนิด เช่น ชีส ช็อกโกแลต และแอลกอฮอล์ ก็เป็นตัวกระตุ้นชั้นดีที่ทำให้อาการปวดไมเกรนรุนแรงขึ้น


ออฟฟิศซินโดรม รักษายังไง


เลือกรักษาออฟฟิศซินโดรมยังไง ให้ตรงจุดที่สุด

เมื่อสามารถแยกได้ว่าอาการปวดที่เป็นอยู่คืออะไร วิธีรักษาที่แก้จากต้นตอจะช่วยให้คุณไม่ให้กลับมาปวดซ้ำ โดยเฉพาะออฟฟิศซินโดรมที่หากดูแลถูกทางสามารถหายขาดได้ มาดูการว่าการรักษาออฟฟิศซินโดรมและไมเกรนมีวิธีการรักษาอย่างไรเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เหมาะกับสาเหตุของอาการมากที่สุด


การรักษาอาการปวดหัวไมเกรน

เน้นการทานยาป้องกันและยาบรรเทาอาการเมื่อกำเริบ ควบคู่กับการปรับไลฟ์สไตล์ นอนพักผ่อนให้เพียงพอ พร้อมหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้น และจัดการความเครียด


การรักษาอาการปวดหัวจาก ออฟฟิศซินโดรม

วิธีรักษาออฟฟิศซินโดรมที่ได้ผล จะเน้นแก้ที่ต้นเหตุของร่างกาย เมื่อดูแลทั้งโครงสร้างและกล้ามเนื้ออย่างถูกวิธี จะช่วยให้อาการดีขึ้นและไม่กลับมาเป็นซ้ำ โดยมีแนวทาง ดังนี้

  • คลายจุดกดเจ็บ : สลาย Trigger Point ที่ส่งสัญญาณปวดขึ้นสู่ศีรษะ
  • จัดโครงสร้างร่างกาย : ปรับสมดุลร่างกายให้กลับมาอยู่ในจุดที่เหมาะสม
  • ใช้เทคโนโลยีทันสมัย : เช่น Shockwave Therapy สลายพังผืด หรือเครื่อง Laser ลดการอักเสบระดับลึก
  • ปรับ Ergonomics : จัดโต๊ะทำงานและท่าทางที่ถูกต้องเพื่อป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ

สรุป

หากคุณมีอาการปวดหัวแบบตุบ ๆ ร่วมกับอาการคลื่นไส้แพ้แสง แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านระบบประสาทเพื่อดูแลเรื่องไมเกรน แต่ถ้าอาการปวดนั้นสัมพันธ์กับความตึงเครียดของบ่าไหล่จากการทำงาน การปรึกษานักกายภาพบำบัดเพื่อรักษาออฟฟิศซินโดรมจะช่วยแก้ปัญหาได้ตรงจุดมากกว่า

อย่าปล่อยให้ความปวดกลายเป็นเรื่องปกติในชีวิต หากไม่แน่ใจว่าอาการที่เป็นอยู่คืออะไร ที่ Prohealth Clinic เราพร้อมให้คำปรึกษาและตรวจรักษาโดยผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้คุณหายปวดจากออฟฟิศซินโดรม และกลับมาใช้ชีวิตได้แบบไร้กังวล

Line