ปวดคอบ่าไหล่ เกิดจากอะไร อาการแบบไหนดูแลเองได้ แบบไหนควรพบแพทย์
ปวดคอบ่าไหล่ เกิดจากอะไร อาการแบบไหนดูแลเองได้ แบบไหนควรพบแพทย์
ปวดคอบ่าไหล่เกิดจาก 3 สาเหตุ ท่าทางไม่เหมาะสม กล้ามเนื้อตึง หรือหมอนรองกระดูกคอ ดูแลเบื้องต้นด้วยการปรับท่านั่ง แต่ถ้ามือชา อ่อนแรง ไข้สูง ควรพบแพทย์โดยเร็ว
อาการปวดคอ บ่า ไหล่ ส่วนใหญ่เกิดจากท่าทางในชีวิตประจำวัน เช่น การนั่งหลังค่อม ก้มคอมองหน้าจอ หรือนั่งทำงานนาน ๆ โดยไม่ยืดเหยียดร่างกาย ซึ่งอาการปวดกลุ่มนี้มักดีขึ้นได้ด้วยการปรับพฤติกรรม และนวดเพื่อคลายกล้ามเนื้อ แต่ในกรณีที่สาเหตุมาจากหมอนรองกระดูกคอทับเส้นประสาท จำเป็นต้องให้แพทย์หรือนักกายภาพบำบัดประเมินอาการ เพื่อหาแนวทางการรักษาที่เหมาะสม บทความนี้จะช่วยให้คุณแยกได้ว่าอาการของตัวเองมาจากอะไร ดูแลเองได้แค่ไหน และเมื่อไรที่ควรไปตรวจ

ปวดคอบ่าไหล่ สาเหตุมาจากอะไร
สาเหตุหลัก ๆ มี 3 กลุ่ม คือ ท่าทางและพฤติกรรมในแต่ละวัน กล้ามเนื้อที่ตึงสะสมจากการใช้งานซ้ำ ๆ และหมอนรองกระดูกคอกดทับเส้นประสาท ซึ่งสองกลุ่มแรกพบบ่อยและมักดีขึ้นเมื่อได้ปรับพฤติกรรม ส่วนกลุ่มที่สามมักมีอาการชาหรือร้าวลงแขนร่วมด้วย
ท่าทางการทำงานและพฤติกรรมประจำวัน
ก้มมองมือถือ นั่งหลังค่อมหน้าคอม หรือหนีบโทรศัพท์ไว้ที่ไหล่ เป็นพฤติกรรมที่ทำให้ศีรษะยื่นไปข้างหน้า กล้ามเนื้อต้นคอและบ่าจึงต้องเกร็งรั้งศีรษะไว้ตลอดเวลา ยิ่งอยู่ในท่าเดิมนาน กล้ามเนื้อยิ่งล้าและตึงขึ้นเรื่อย ๆ รวมถึงการสะพายกระเป๋าหนักข้างเดียวและเครียดจนยกไหล่โดยไม่รู้ตัว
กล้ามเนื้อตึงสะสมจากการใช้งานซ้ำ ๆ
เกิดจากการเกร็งซ้ำ ๆ ทั้งวันจนล้าสะสม ทำให้คนที่เป็นมักรู้สึกว่ามีจุดกดเจ็บหรือก้อนตึงที่บ่า หรือว่านวดแล้วดีขึ้น แต่ก็กลับมาเป็นอีกบ่อย ๆ เพราะต้นเหตุ คือ ท่าทางและการใช้งานที่ยังเหมือนเดิม
หมอนรองกระดูกคอและเส้นประสาท
ระหว่างกระดูกคอแต่ละข้อจะมีหมอนรองกระดูกที่ทำหน้าที่เหมือนเบาะรับแรง เมื่อหมอนรองเสื่อม อาจไปกดเส้นประสาทที่ทำให้ปวดคอร้าวลงแขน ร่วมกับชาหรืออ่อนแรง ซึ่งอาการกลุ่มนี้ต่างจากกล้ามเนื้อตึงทั่วไป ควรให้แพทย์ประเมินอาการแทนการนวดหรือบิดคอเอง
ปวดคอบ่าไหล่แบบไหนแค่กล้ามเนื้อตึง แบบไหนเป็นสัญญาณของหมอนรองกระดูกคอ
ถ้ารู้สึกปวดตื้อ ๆ เฉพาะบริเวณคอและบ่า ดีขึ้นเมื่อได้พักหรือเปลี่ยนท่า และไม่มีอาการชา มักเกิดจากกล้ามเนื้อตึงทั่วไป แต่ถ้าปวดบ่าร้าวลงแขน ชาปลายนิ้ว หรือมือไม่มีแรง อาจเป็นหมอนรองกระดูกหรือเส้นประสาทถูกกดทับได้
|
กล้ามเนื้อตึง |
หมอนรองกระดูกคอทับเส้นประสาท | |
|
ตำแหน่งที่ปวด |
คอ บ่า สะบัก มักปวดเป็นบริเวณกว้าง |
ปวดคอร่วมกับร้าวลงแขนหรือถึงนิ้ว มักปวดตามแนวเส้นประสาท |
|
ลักษณะความปวด |
ปวดตื้อ ล้า ตึง กดแล้วเจ็บเป็นจุด |
ปวดแปลบ ร้าว ชา คล้ายไฟช็อตหรือเข็มทิ่ม |
|
อาการเมื่อเปลี่ยนท่าทาง |
ดีขึ้นเมื่อได้พักหรือยืดเหยียดเบา ๆ |
เวลาเงยหรือเอียงคอ อาจทำให้ร้าวหรือชาเพิ่มขึ้น |
|
อาการร่วมอื่น ๆ |
ปวดหัวตื้อ ๆ ตึงท้ายทอย |
มือชา กำของไม่แน่น ของหลุดมือบ่อย |
อาการที่มักเกิดร่วมกับปวดคอบ่าไหล่มีอะไรบ้าง
- ตึงคอบ่าไหล่สะสม รู้สึกเหมือนมีอะไรกดอยู่บนบ่า หันคอได้ไม่สุด มักแย่ลงช่วงบ่ายถึงเย็นหลังนั่งทำงานนาน ๆ และดีขึ้นเมื่อได้พัก
- ปวดหัวร่วมกับปวดคอ ปวดตื้อ ๆ ที่ท้ายทอยแล้วลามมาที่ขมับหรือหลังตา แต่ถ้าปวดหัวรุนแรงแบบฉับพลัน มีไข้ หรือคอแข็งจนก้มไม่ได้ ต้องรีบพบแพทย์
- ปวดคอบ่าไหล่ข้างเดียว มักเกิดจากการใช้ร่างกายข้างเดิมซ้ำ ๆ เช่น ใช้เมาส์ สะพายกระเป๋า หรือนอนตะแคงทับข้างเดียว
- ร้าวลงแขนร่วมกับมือชา ปวดแล้วร้าวไล่ลงแขน ชาตามปลายนิ้ว หรือกำของแล้วไม่มีแรง อาจเป็นสัญญาณของเส้นประสาทถูกกดทับ
ปวดคอบ่าไหล่ทุกวันจากการนั่งทำงาน ควรแก้ยังไง
เริ่มจากการปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น ปรับโต๊ะทำงานไม่ให้ศีรษะยื่น และลุกเปลี่ยนท่าเป็นระยะ ไม่นั่งนิ่งนาน ๆ ติดกันหลายชั่วโมง หรือลองปรับตามนี้ได้เลย
- ปรับจอให้ขอบบนอยู่ระดับสายตาหรือต่ำกว่าเล็กน้อย
- วางจอห่างจากตัวประมาณช่วงแขน และวางคีย์บอร์ดให้ข้อศอกงอสบาย ไหล่ไม่ยกขึ้น
- ใช้พนักเก้าอี้รองหลัง เท้าวางราบกับพื้น
- ยกมือถือขึ้นมาในระดับสายตา แทนการก้มคอลงไปมอง
- ตั้งเตือนให้ลุกทุก 30-45 นาที แล้วทำท่ายืดคอบ่าไหล่เบา ๆ สัก 1-2 นาที

ปวดคอบ่าไหล่ ควรไปหาหมออะไร หรือไปคลินิกกายภาพบำบัดดี
ถ้ามีสัญญาณเตือนอย่างมือชา อ่อนแรง มีไข้ หรือปวดรุนแรงหลังเกิดอุบัติเหตุ ให้พบแพทย์ก่อน ส่วนอาการปวดตึงจากท่าทางที่ไม่มีสัญญาณเตือนข้างต้น สามารถไปคลินิกกายภาพบำบัดเพื่อประเมินอาการและฟื้นฟูร่างกายได้
สัญญาณที่ควรพบแพทย์ก่อน
- แขนหรือขาอ่อนแรงอย่างฉับพลัน
- เดินเซ ทรงตัวไม่ได้ หรือมือหยิบของเล็ก ๆ ลำบาก
- ปวดคอร่วมกับเวียนศีรษะ มองเห็นผิดปกติ พูดไม่ชัด กลืนลำบาก
- ปวดหัวรุนแรง หรือชาบริเวณใบหน้า
- ไม่สามารถควบคุมการขับถ่ายปัสสาวะหรืออุจจาระได้
- ปวดคอร่วมกับไข้สูงหรือรู้สึกไม่สบายตัว
- ปวดคอหลังเกิดอุบัติเหตุรุนแรงหรือตกจากที่สูง
กรณีที่เหมาะกับคลินิกกายภาพบำบัด
เหมาะกับคนที่ปวดตึงคอ บ่า ไหล่ สัมพันธ์กับท่าทางหรือการใช้งาน ปวดเป็น ๆ หาย ๆ หลายสัปดาห์ หรืออยากรู้ว่าต้นเหตุอยู่ที่กล้ามเนื้อส่วนไหนและท่าทางแบบไหน นักกายภาพบำบัดจะตรวจประเมินการเคลื่อนไหวของคอ ไหล่ และสะบัก แล้ววางแผนทั้งการรักษาและแนะนำท่าออกกำลังกายที่ทำต่อที่บ้านได้
ปวดคอบ่าไหล่ ควรนอนท่าไหน และควรเลี่ยงท่าไหน
ท่านอนที่แนะนำ คือ นอนหงายหรือตะแคง โดยให้คอและกระดูกสันหลังอยู่ในแนวตรงใกล้เคียงธรรมชาติ ใช้หมอนที่รองรับช่วงโค้งของคอและไม่สูงหรือต่ำจนศีรษะเงยหรือก้ม ส่วนท่านอนคว่ำควรเลี่ยง เพราะต้องบิดคอไปด้านข้างตลอดคืน




