ปวดร้าวลงขา ชา อ่อนแรง? สัญญาณเตือน "หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท" และวิธีรักษาโดยไม่ต้องผ่าตัด

07/07/2025
  • images
  • images
07/Jul/2025 12:00 PM

ปวดร้าวลงขา ชา อ่อนแรง? สัญญาณเตือน "หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท" และวิธีรักษาโดยไม่ต้องผ่าตัด

เช็กสัญญาณเตือนหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ทั้งอาการปวดร้าวลงขา ชา อ่อนแรง พร้อมการรักษาฟื้นฟูโดยไม่ต้องผ่าตัด ด้วยการกายภาพ และ จัดกระดูก นัดปรึกษาหมอเทียงฟรี

หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท เป็นภาวะที่หลายคนกำลังเผชิญอยู่ ผู้ป่วยมักมีอาการปวดหลังร้าวลงขา ชาปลายเท้า หรือกล้ามเนื้ออ่อนแรง ซึ่งไม่ใช่เพียงการปวดเมื่อยทั่วไป หลายคนมักกังวลว่าโรคนี้อาจต้องจบลงด้วยการผ่าตัดเท่านั้น เพราะคิดว่าหมอนรองกระดูกที่เสียหายไม่สามารถฟื้นฟูได้ แต่ความจริงแล้วภาวะนี้ 90% สามารถรักษาให้หายขาดได้โดยไม่ต้องผ่าตัด หากได้รับการประเมิน และ ฟื้นฟูอย่างเหมาะสมด้วยการทำกายภาพบำบัด และ จัดกระดูกอย่างตรงจุด บทความนี้ Prohealth Clinic จะพาไปเจาะลึกถึงอาการ พร้อมแนะนำวิธีการรักษาด้วยอุปกรณ์เฉพาะทางที่ช่วยให้ไม่ต้องพึ่งพาการผ่าตัด


 

สารบัญ


เช็กด่วน! คุณอยู่ในระยะไหนของหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท?

ก่อนเข้ารับการรักษา ลองสำรวจอาการของคุณดูว่า ความรุนแรงของอาการที่กำลังเผชิญอยู่จัดอยู่ในระยะใด เพื่อการวางแผนรับมือ และ รักษาได้อย่างทันท่วงที

  • ระยะเริ่มต้น (Early Stage): เริ่มมีอาการปวดหลังล่าง หรือ ปวดตึงบริเวณเอว มักปวดแบบเป็น ๆ หาย ๆ โดยเฉพาะเมื่อมีการเคลื่อนไหวผิดจังหวะ ก้มยกของ หรือ นั่งทำงานในท่าเดิมนานเกินไป เกิดจากการที่หมอนรองกระดูกเริ่มเสื่อมสภาพ แต่ยังไม่มีการกดทับเส้นประสาทที่ชัดเจน

  • ระยะกลาง (Intermediate Stage): เป็นระยะที่เกิดภาวะหมอนรองกระดูกปลิ้นออกมาเบียดกดเส้นประสาท ทำให้เริ่มมีอาการปวดร้าวลงขาร่วมกับอาการชา หรือ ความรู้สึกเหมือนมีไฟช็อตแปลบ ๆ ตามแนวเส้นประสาท อาการมักจะเด่นชัด และ เจ็บมากขึ้นเมื่อไอ จาม หรือ เบ่ง

  • ระยะรุนแรง (Severe Stage): เส้นประสาทถูกกดทับอย่างหนักจนส่งผลต่อการสั่งการของกล้ามเนื้อ ทำให้เริ่มมีอาการกล้ามเนื้อขาอ่อนแรง ยกขาไม่ขึ้น เดินสะดุด กระดกปลายเท้าไม่ได้ หรือในกรณีที่รุนแรงมากอาจสูญเสียการควบคุมระบบขับถ่าย ซึ่งเป็นระยะที่ควรพบผู้เชี่ยวชาญอย่างเร่งด่วนเพื่อป้องกันความเสียหายถาวร


หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท คืออะไร?

หมอนรองกระดูก (Intervertebral Disc) คือ ส่วนประกอบสำคัญของกระดูกสันหลัง มีลักษณะคล้ายเจลลี่ที่อยู่ระหว่างข้อกระดูกสันหลังแต่ละข้อ เป็นโช้คอัพของร่างกายที่ช่วยดูดซับแรงกระแทก มอบความยืดหยุ่นให้กระดูกสันหลังสามารถก้ม เงย หรือ บิดตัวได้ พร้อมทั้งช่วยปกป้องเส้นประสาทไขสันหลังที่อยู่ภายใน

ภาวะหมอนรองกระดูกอักเสบ หรือที่หลายคนเรียกว่าโรคกระดูกทับเส้น เกิดขึ้นเมื่อหมอนรองกระดูกเกิดความเสียหายจากการเสื่อมสภาพตามวัย หรือ การบาดเจ็บจากการเคลื่อนไหว ทำให้ส่วนเจลลี่ปลิ้นออกมา ไปกดทับเส้นประสาทที่อยู่รอบ ๆ จนทำให้เกิดอาการปวด ชา หรือ อ่อนแรง ซึ่งมักจะปวดร้าวไปตามแนวเส้นประสาทที่ถูกกดทับจึงถูกเรียกอีกชื่อว่า "หมอนรองกระดูกปลิ้น"


3 สัญญาณเตือนหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท

เช็ก 3 สัญญาณเตือนหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท

หลายคนมักเข้าใจผิดว่าอาการปวดหลังทั่วไปอาจหายเองได้ แต่หากอาการเหล่านั้นเริ่มรบกวนชีวิตประจำวัน การปล่อยทิ้งไว้อาจนำไปสู่ภาวะหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทที่รุนแรงขึ้นได้ มาลองเช็ก 3 สัญญาณเตือนสำคัญที่บ่งบอกว่าร่างกายของคุณกำลังวิกฤต และจำเป็นต้องได้รับการวินิจฉัยอย่างตรงจุด ดังนี้


1. ปวดหลังหรือปวดคอร้าวลงแขน/ขา

  • ในกรณีที่กระดูกสันหลังส่วนเอว จะมีอาการปวดร้าวลงขาเริ่มจากสะโพก ลงไปที่ต้นขา น่อง จนถึงเท้า
  • ส่วนในกรณีเกิดที่กระดูกคอ จะมีอาการร้าวลงแขน โดยเริ่มปวดลามไปที่บ่า แขน และ มือ

2. มีอาการชา อ่อนแรง รู้สึกไม่ปกติ

  • มีอาการชา หรือ มีความรู้สึกคล้ายไฟฟ้าช็อตในบริเวณที่เส้นประสาทไปเลี้ยง เช่น ชาปลายเท้า
  • กล้ามเนื้ออ่อนแรงลง เช่น ยกแขนไม่ขึ้น กำมือไม่แน่น หรือ มีอาการเดินสะดุด เดินลำบาก

3. อาการปวดแย่ลงเมื่อไอ จาม หรือเบ่ง

  • อาการปวดจะทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อมีการเพิ่มแรงดันในช่องท้อง เช่น เวลาไอ จาม หรือ เบ่งอุจจาระ
  • แรงดันเหล่านี้จะไปดันให้เนื้อเยื่อหมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาทมากขึ้น ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาทันที

ใครบ้างที่มีความเสี่ยงหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท?

แม้ภาวะนี้จะเกิดขึ้นได้ตามอายุที่เพิ่มขึ้น หรือ จากปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้อย่างพันธุกรรม และ อุบัติเหตุ แต่พฤติกรรมในชีวิตประจำวันของเราก็เป็นตัวการสำคัญในการเร่งให้หมอนรองกระดูกเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ หากคุณมีพฤติกรรมเหล่านี้ หรือ เริ่มมีอาการปวด ควรรีบปรับพฤติกรรม แล้วปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกายภาพบำบัด หรือ จัดกระดูกตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อหาแนวทางป้องกันไม่ให้อาการรุนแรงขึ้น

  • ผู้ที่นั่งทำงาน หรือ ยืนท่าเดิมนาน ๆ: การไม่ค่อยเปลี่ยนอิริยาบถ ทำให้หมอนรองกระดูกถูกกดทับอย่างต่อเนื่อง และ เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงบริเวณนั้นได้ไม่ดี

  • ผู้ที่ยกของหนักผิดวิธี: การใช้หลังก้มยกของแทนการย่อเข่า จะทำให้กล้ามเนื้อหลัง และ หมอนรองกระดูกต้องรับภาระน้ำหนักมากเกินไปจนเสี่ยงต่อการฉีกขาด หรือ ปลิ้น

  • ผู้ที่ก้ม ๆ เงย ๆ หรือ บิดตัวแรงเป็นประจำ: เช่น ผู้ที่ต้องทำงานบ้าน ช่างซ่อม รวมถึงนักกีฬาบางประเภทที่กระดูกสันหลังต้องรับแรงกระแทก หรือ การโค้งงอบ่อยครั้ง

  • ผู้ที่มีน้ำหนักตัวเกิน และ ขาดการออกกำลังกาย: น้ำหนักตัวที่มากจะเพิ่มแรงกดทับไปที่แนวกระดูกสันหลังโดยตรง ประกอบกับกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวที่อ่อนแอ จึงไม่สามารถพยุงโครงสร้างหลังได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  • ผู้ที่สูบบุหรี่จัด: สารพิษในบุหรี่จะไปลดการไหลเวียนของเลือด ทำให้หมอนรองกระดูกขาดสารอาหารไปหล่อเลี้ยง เสื่อมสภาพได้ง่ายขึ้น


ทำไมถึงไม่ควรตัดสินใจผ่าตัดรักษาหมอนรองกระดูกทับเส้นเป็นอย่างแรก

เปรียบเทียบการรักษา ทำไมถึงไม่ควรด่วนตัดสินใจผ่าตัด?

เพื่อให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ลองมาดูตารางเปรียบเทียบการรักษาด้วยกายภาพบำบัด/จัดกระดูก กับการผ่าตัด ในแง่ความเจ็บปวด ระยะเวลาพักฟื้น และ ความเสี่ยง

ปัจจัยเปรียบเทียบ การทำกายภาพบำบัด และ จัดกระดูก (ไคโรแพรคติก) การผ่าตัด
ความเจ็บปวด เจ็บน้อยถึงไม่เจ็บเลย อาจรู้สึกตึง ๆ หรือ เมื่อยล้าเล็กน้อยขณะใช้เครื่องมือรักษา แต่จะรู้สึกโล่งสบายขึ้นหลังทำ มีความเจ็บปวดสูง มีอาการปวดจากแผลผ่าตัด และ มักจะต้องใช้ยาบรรเทาอาการปวดร่วมด้วยในช่วงแรก
ระยะเวลาพักฟื้น ไม่ต้องพักฟื้น สามารถลุกเดิน ขับรถ และ กลับไปใช้ชีวิตประจำวัน หรือ ทำงานต่อได้ทันทีหลังรับการรักษา ใช้เวลาพักฟื้นนาน ต้องนอนโรงพยาบาล และ อาจต้องลางานพักฟื้นที่บ้านจนกว่าร่างกายจะฟื้นตัว
ความเสี่ยง ปลอดภัยสูง ไม่มีความเสี่ยงจากการใช้ยา ยาสลบ หรือ ภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัด เป็นการรักษาที่อิงตามกลไกธรรมชาติของร่างกาย มีความเสี่ยง เสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนจากการดมยาสลบ โอกาสที่แผลจะติดเชื้อ หรือ เกิดพังผืดหลังการผ่าตัด

จากตารางเปรียบเทียบจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่า ไม่ควรด่วนตัดสินใจผ่าตัดเป็นทางเลือกแรก เนื่องจากต้องเผชิญกับความเจ็บปวดที่มากกว่า เสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน อีกทั้งยังต้องใช้เวลาพักฟื้นนานจนกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ในขณะที่การฟื้นฟูด้วยการทำกายภาพบำบัด และ การจัดกระดูกเป็นวิธีที่ปลอดภัยกว่ามาก เจ็บน้อย และ ที่สำคัญ คือ ไม่ต้องพักฟื้น สามารถรับการรักษาแล้วกลับไปใช้ชีวิต หรือ ทำงานต่อได้ทันที จึงเป็นทางเลือกที่ควรพิจารณาเป็นอันดับแรก เพื่อฟื้นฟูร่างกายให้กลับมาเป็นปกติโดยไม่ต้องพึ่งหามีดหมอ


รักษาหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทแบบไม่ผ่าตัด ที่ Prohealth Clinic

ที่ Prohealth Clinic เรา คือ คลินิกกายภาพ และ จัดกระดูกแบบองค์รวมที่เน้นผลลัพธ์การรักษาแบบไม่ต้องผ่าตัด โดยการทำงานร่วมกันของทีมหมอไคโรแพรคติก และ ทีมนักกายภาพบำบัดมืออาชีพ เราให้ความสำคัญกับการประเมินอย่างละเอียด เพื่อออกแบบแผนการรักษาเฉพาะบุคคลที่ปลอดภัยสูงสุด พร้อมผสานการใช้เทคโนโลยีร่วมกับเครื่องมือกายภาพบำบัดที่ทันสมัย ซึ่งแต่ละเครื่องมีจุดเด่นในการมอบคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ดังนี้


  • PMS (Peripheral Magnetic Stimulation) – ช่วยลดอาการปวดร้าวลึก ๆ และ อาการชาตามเส้นประสาทได้อย่างรวดเร็วตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ เพราะตัวเครื่องจะส่งคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าทะลวงลึกผ่านชั้นกล้ามเนื้อ เข้าไปคลายความตึงเครียด และ ลดการอักเสบของเส้นประสาทที่ถูกกดทับโดยตรง

  • Mechanical Traction (เครื่องดึงหลัง) – เปรียบเสมือนการเพิ่มพื้นที่หายใจให้กระดูกสันหลัง ช่วยยืด และ ลดแรงกดทับบริเวณหมอนรองกระดูกอย่างนุ่มนวล ทำให้เนื้อเยื่อที่ปลิ้นออกมายุบตัวลง ส่งผลให้อาการปวดตึง หรือ เสียวร้าวลงขาบรรเทาลงอย่างเห็นได้ชัด

  • Ultrasound Therapy (คลื่นเสียงบำบัด) – ช่วยสลายความเจ็บปวด และ การอักเสบในจุดที่ลึกเกินกว่าการนวดทั่วไปจะเข้าถึงได้ คลื่นเสียงจะเข้าไปเร่งกระบวนการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ และ เส้นเอ็นที่บาดเจ็บ ทำให้ร่างกายฟื้นตัว ทุเลาปวดได้ไวขึ้น

  • EMS (Electrical Muscle Stimulation) – ช่วยปลุกกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวที่อ่อนแอให้กลับมาแข็งแรง ทำหน้าที่เป็นเกราะพยุงกระดูกสันหลังแทนหมอนรองกระดูกที่บาดเจ็บได้อย่างมีประสิทธิภาพ ป้องกันไม่ให้กลับมาปวดซ้ำในระยะยาว


เครื่อง PMS รักษาหมอนรองกระดูก


เครื่องดึงหลัง Mechanical Traction


Ultrasound Therapy คลื่นเสียงบำบัด


EMS เครื่องกระตุ้นกล้ามเนื้อ


ทีมแพทย์รักษาหมอนรองกระดูก Prohealth Clinic



คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท

หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท หายขาดได้ไหม?

หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทสามารถรักษาให้หายขาดได้ หากรีบฟื้นฟูด้วยการทำกายภาพบำบัดตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อให้หมอนรองกระดูกกลับเข้าที่ และ ป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ

การรักษาด้วยเครื่องดึงหลัง (Traction) และ จัดกระดูก เจ็บหรือไม่?

การรักษาด้วยเครื่องดึงหลัง และ จัดกระดูกไม่เจ็บอย่างที่คิด การดึงหลังจะช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย ส่วนการจัดกระดูกอาจได้ยินเสียงข้อต่อขยับเล็กน้อย แต่จะรู้สึกโล่งและเบาสบายขึ้นทันที

ต้องทำกายภาพกี่ครั้งถึงจะเห็นผล?

ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักรู้สึกว่าอาการปวดร้าว และ ชาลดลงอย่างชัดเจนตั้งแต่ 1-3 ครั้งแรก ทั้งนี้จำนวนครั้งในการรักษาจะขึ้นอยู่กับความรุนแรงของแต่ละบุคคล

ค่ารักษาหมอนรองกระดูกทับเส้นที่คลินิก เริ่มต้นเท่าไหร่?

ค่ารักษาหมอนรองกระดูกทับเส้นเริ่มต้นที่ 3,000 บาท/ครั้ง เหมาะทั้งผู้ที่มีอาการหมอนรองกระดูกทับเส้น รวมไปถึงผู้ที่ต้องการรักษาออฟฟิศซินโดรมด้วย


ผู้เขียน


คุณหมอรุ่งทิวา เจริญเศรษฐกิจ หมอเทียง


คุณหมอรุ่งทิวา เจริญเศรษฐกิจ (หมอเทียง)

Dr. Rungthiwa Charoensetthakit

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจัดกระดูก (ไคโรแพรคติก)

ประวัติแพทย์

  • สำเร็จการศึกษาจาก Southern California University of Health and Sciences (SCUHS) สหรัฐอเมริกา
  • ได้รับใบอนุญาตประกอบโรคศิลปะสาขาไคโรแพรคติก จากกระทรวงสาธารณสุข
  • เป็นสมาชิกสมาคมการแพทย์ทางเลือกไคโรแพรคติกแห่งประเทศไทย (TCA)


Line