ปวดร้าวลงขา ชา อ่อนแรง? สัญญาณเตือน "หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท" และวิธีรักษาโดยไม่ต้องผ่าตัด
ปวดร้าวลงขา ชา อ่อนแรง? สัญญาณเตือน "หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท" และวิธีรักษาโดยไม่ต้องผ่าตัด
เช็กสัญญาณเตือนหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ทั้งอาการปวดร้าวลงขา ชา อ่อนแรง พร้อมการรักษาฟื้นฟูโดยไม่ต้องผ่าตัด ด้วยการกายภาพ และ จัดกระดูก นัดปรึกษาหมอเทียงฟรี
หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท เป็นภาวะที่หลายคนกำลังเผชิญอยู่ ผู้ป่วยมักมีอาการปวดหลังร้าวลงขา ชาปลายเท้า หรือกล้ามเนื้ออ่อนแรง ซึ่งไม่ใช่เพียงการปวดเมื่อยทั่วไป หลายคนมักกังวลว่าโรคนี้อาจต้องจบลงด้วยการผ่าตัดเท่านั้น เพราะคิดว่าหมอนรองกระดูกที่เสียหายไม่สามารถฟื้นฟูได้ แต่ความจริงแล้วภาวะนี้ 90% สามารถรักษาให้หายขาดได้โดยไม่ต้องผ่าตัด หากได้รับการประเมิน และ ฟื้นฟูอย่างเหมาะสมด้วยการทำกายภาพบำบัด และ จัดกระดูกอย่างตรงจุด บทความนี้ Prohealth Clinic จะพาไปเจาะลึกถึงอาการ พร้อมแนะนำวิธีการรักษาด้วยอุปกรณ์เฉพาะทางที่ช่วยให้ไม่ต้องพึ่งพาการผ่าตัด
สารบัญ
- เช็กด่วน! คุณอยู่ในระยะไหนของหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท?
- หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท คืออะไร?
- เช็ก 3 สัญญาณเตือนหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท
- ใครบ้างที่มีความเสี่ยงหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท?
- เปรียบเทียบการรักษา ทำไมถึงไม่ควรด่วนตัดสินใจผ่าตัด?
- รักษาหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทแบบไม่ผ่าตัด ที่ Prohealth Clinic
- คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท
- ผู้เขียน
เช็กด่วน! คุณอยู่ในระยะไหนของหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท?
ก่อนเข้ารับการรักษา ลองสำรวจอาการของคุณดูว่า ความรุนแรงของอาการที่กำลังเผชิญอยู่จัดอยู่ในระยะใด เพื่อการวางแผนรับมือ และ รักษาได้อย่างทันท่วงที
-
ระยะเริ่มต้น (Early Stage): เริ่มมีอาการปวดหลังล่าง หรือ ปวดตึงบริเวณเอว มักปวดแบบเป็น ๆ หาย ๆ โดยเฉพาะเมื่อมีการเคลื่อนไหวผิดจังหวะ ก้มยกของ หรือ นั่งทำงานในท่าเดิมนานเกินไป เกิดจากการที่หมอนรองกระดูกเริ่มเสื่อมสภาพ แต่ยังไม่มีการกดทับเส้นประสาทที่ชัดเจน
-
ระยะกลาง (Intermediate Stage): เป็นระยะที่เกิดภาวะหมอนรองกระดูกปลิ้นออกมาเบียดกดเส้นประสาท ทำให้เริ่มมีอาการปวดร้าวลงขาร่วมกับอาการชา หรือ ความรู้สึกเหมือนมีไฟช็อตแปลบ ๆ ตามแนวเส้นประสาท อาการมักจะเด่นชัด และ เจ็บมากขึ้นเมื่อไอ จาม หรือ เบ่ง
-
ระยะรุนแรง (Severe Stage): เส้นประสาทถูกกดทับอย่างหนักจนส่งผลต่อการสั่งการของกล้ามเนื้อ ทำให้เริ่มมีอาการกล้ามเนื้อขาอ่อนแรง ยกขาไม่ขึ้น เดินสะดุด กระดกปลายเท้าไม่ได้ หรือในกรณีที่รุนแรงมากอาจสูญเสียการควบคุมระบบขับถ่าย ซึ่งเป็นระยะที่ควรพบผู้เชี่ยวชาญอย่างเร่งด่วนเพื่อป้องกันความเสียหายถาวร
หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท คืออะไร?
หมอนรองกระดูก (Intervertebral Disc) คือ ส่วนประกอบสำคัญของกระดูกสันหลัง มีลักษณะคล้ายเจลลี่ที่อยู่ระหว่างข้อกระดูกสันหลังแต่ละข้อ เป็นโช้คอัพของร่างกายที่ช่วยดูดซับแรงกระแทก มอบความยืดหยุ่นให้กระดูกสันหลังสามารถก้ม เงย หรือ บิดตัวได้ พร้อมทั้งช่วยปกป้องเส้นประสาทไขสันหลังที่อยู่ภายใน
ภาวะหมอนรองกระดูกอักเสบ หรือที่หลายคนเรียกว่าโรคกระดูกทับเส้น เกิดขึ้นเมื่อหมอนรองกระดูกเกิดความเสียหายจากการเสื่อมสภาพตามวัย หรือ การบาดเจ็บจากการเคลื่อนไหว ทำให้ส่วนเจลลี่ปลิ้นออกมา ไปกดทับเส้นประสาทที่อยู่รอบ ๆ จนทำให้เกิดอาการปวด ชา หรือ อ่อนแรง ซึ่งมักจะปวดร้าวไปตามแนวเส้นประสาทที่ถูกกดทับจึงถูกเรียกอีกชื่อว่า "หมอนรองกระดูกปลิ้น"
เช็ก 3 สัญญาณเตือนหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท
หลายคนมักเข้าใจผิดว่าอาการปวดหลังทั่วไปอาจหายเองได้ แต่หากอาการเหล่านั้นเริ่มรบกวนชีวิตประจำวัน การปล่อยทิ้งไว้อาจนำไปสู่ภาวะหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทที่รุนแรงขึ้นได้ มาลองเช็ก 3 สัญญาณเตือนสำคัญที่บ่งบอกว่าร่างกายของคุณกำลังวิกฤต และจำเป็นต้องได้รับการวินิจฉัยอย่างตรงจุด ดังนี้
1. ปวดหลังหรือปวดคอร้าวลงแขน/ขา
- ในกรณีที่กระดูกสันหลังส่วนเอว จะมีอาการปวดร้าวลงขาเริ่มจากสะโพก ลงไปที่ต้นขา น่อง จนถึงเท้า
- ส่วนในกรณีเกิดที่กระดูกคอ จะมีอาการร้าวลงแขน โดยเริ่มปวดลามไปที่บ่า แขน และ มือ
2. มีอาการชา อ่อนแรง รู้สึกไม่ปกติ
- มีอาการชา หรือ มีความรู้สึกคล้ายไฟฟ้าช็อตในบริเวณที่เส้นประสาทไปเลี้ยง เช่น ชาปลายเท้า
- กล้ามเนื้ออ่อนแรงลง เช่น ยกแขนไม่ขึ้น กำมือไม่แน่น หรือ มีอาการเดินสะดุด เดินลำบาก
3. อาการปวดแย่ลงเมื่อไอ จาม หรือเบ่ง
- อาการปวดจะทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อมีการเพิ่มแรงดันในช่องท้อง เช่น เวลาไอ จาม หรือ เบ่งอุจจาระ
- แรงดันเหล่านี้จะไปดันให้เนื้อเยื่อหมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาทมากขึ้น ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาทันที
ใครบ้างที่มีความเสี่ยงหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท?
แม้ภาวะนี้จะเกิดขึ้นได้ตามอายุที่เพิ่มขึ้น หรือ จากปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้อย่างพันธุกรรม และ อุบัติเหตุ แต่พฤติกรรมในชีวิตประจำวันของเราก็เป็นตัวการสำคัญในการเร่งให้หมอนรองกระดูกเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ หากคุณมีพฤติกรรมเหล่านี้ หรือ เริ่มมีอาการปวด ควรรีบปรับพฤติกรรม แล้วปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกายภาพบำบัด หรือ จัดกระดูกตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อหาแนวทางป้องกันไม่ให้อาการรุนแรงขึ้น
-
ผู้ที่นั่งทำงาน หรือ ยืนท่าเดิมนาน ๆ: การไม่ค่อยเปลี่ยนอิริยาบถ ทำให้หมอนรองกระดูกถูกกดทับอย่างต่อเนื่อง และ เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงบริเวณนั้นได้ไม่ดี
-
ผู้ที่ยกของหนักผิดวิธี: การใช้หลังก้มยกของแทนการย่อเข่า จะทำให้กล้ามเนื้อหลัง และ หมอนรองกระดูกต้องรับภาระน้ำหนักมากเกินไปจนเสี่ยงต่อการฉีกขาด หรือ ปลิ้น
-
ผู้ที่ก้ม ๆ เงย ๆ หรือ บิดตัวแรงเป็นประจำ: เช่น ผู้ที่ต้องทำงานบ้าน ช่างซ่อม รวมถึงนักกีฬาบางประเภทที่กระดูกสันหลังต้องรับแรงกระแทก หรือ การโค้งงอบ่อยครั้ง
-
ผู้ที่มีน้ำหนักตัวเกิน และ ขาดการออกกำลังกาย: น้ำหนักตัวที่มากจะเพิ่มแรงกดทับไปที่แนวกระดูกสันหลังโดยตรง ประกอบกับกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวที่อ่อนแอ จึงไม่สามารถพยุงโครงสร้างหลังได้อย่างมีประสิทธิภาพ
-
ผู้ที่สูบบุหรี่จัด: สารพิษในบุหรี่จะไปลดการไหลเวียนของเลือด ทำให้หมอนรองกระดูกขาดสารอาหารไปหล่อเลี้ยง เสื่อมสภาพได้ง่ายขึ้น
เปรียบเทียบการรักษา ทำไมถึงไม่ควรด่วนตัดสินใจผ่าตัด?
เพื่อให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ลองมาดูตารางเปรียบเทียบการรักษาด้วยกายภาพบำบัด/จัดกระดูก กับการผ่าตัด ในแง่ความเจ็บปวด ระยะเวลาพักฟื้น และ ความเสี่ยง
| ปัจจัยเปรียบเทียบ | การทำกายภาพบำบัด และ จัดกระดูก (ไคโรแพรคติก) | การผ่าตัด |
|---|---|---|
| ความเจ็บปวด | เจ็บน้อยถึงไม่เจ็บเลย อาจรู้สึกตึง ๆ หรือ เมื่อยล้าเล็กน้อยขณะใช้เครื่องมือรักษา แต่จะรู้สึกโล่งสบายขึ้นหลังทำ | มีความเจ็บปวดสูง มีอาการปวดจากแผลผ่าตัด และ มักจะต้องใช้ยาบรรเทาอาการปวดร่วมด้วยในช่วงแรก |
| ระยะเวลาพักฟื้น | ไม่ต้องพักฟื้น สามารถลุกเดิน ขับรถ และ กลับไปใช้ชีวิตประจำวัน หรือ ทำงานต่อได้ทันทีหลังรับการรักษา | ใช้เวลาพักฟื้นนาน ต้องนอนโรงพยาบาล และ อาจต้องลางานพักฟื้นที่บ้านจนกว่าร่างกายจะฟื้นตัว |
| ความเสี่ยง | ปลอดภัยสูง ไม่มีความเสี่ยงจากการใช้ยา ยาสลบ หรือ ภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัด เป็นการรักษาที่อิงตามกลไกธรรมชาติของร่างกาย | มีความเสี่ยง เสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนจากการดมยาสลบ โอกาสที่แผลจะติดเชื้อ หรือ เกิดพังผืดหลังการผ่าตัด |
จากตารางเปรียบเทียบจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่า ไม่ควรด่วนตัดสินใจผ่าตัดเป็นทางเลือกแรก เนื่องจากต้องเผชิญกับความเจ็บปวดที่มากกว่า เสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน อีกทั้งยังต้องใช้เวลาพักฟื้นนานจนกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ในขณะที่การฟื้นฟูด้วยการทำกายภาพบำบัด และ การจัดกระดูกเป็นวิธีที่ปลอดภัยกว่ามาก เจ็บน้อย และ ที่สำคัญ คือ ไม่ต้องพักฟื้น สามารถรับการรักษาแล้วกลับไปใช้ชีวิต หรือ ทำงานต่อได้ทันที จึงเป็นทางเลือกที่ควรพิจารณาเป็นอันดับแรก เพื่อฟื้นฟูร่างกายให้กลับมาเป็นปกติโดยไม่ต้องพึ่งหามีดหมอ
รักษาหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทแบบไม่ผ่าตัด ที่ Prohealth Clinic
ที่ Prohealth Clinic เรา คือ คลินิกกายภาพ และ จัดกระดูกแบบองค์รวมที่เน้นผลลัพธ์การรักษาแบบไม่ต้องผ่าตัด โดยการทำงานร่วมกันของทีมหมอไคโรแพรคติก และ ทีมนักกายภาพบำบัดมืออาชีพ เราให้ความสำคัญกับการประเมินอย่างละเอียด เพื่อออกแบบแผนการรักษาเฉพาะบุคคลที่ปลอดภัยสูงสุด พร้อมผสานการใช้เทคโนโลยีร่วมกับเครื่องมือกายภาพบำบัดที่ทันสมัย ซึ่งแต่ละเครื่องมีจุดเด่นในการมอบคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ดังนี้
-
PMS (Peripheral Magnetic Stimulation) – ช่วยลดอาการปวดร้าวลึก ๆ และ อาการชาตามเส้นประสาทได้อย่างรวดเร็วตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ เพราะตัวเครื่องจะส่งคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าทะลวงลึกผ่านชั้นกล้ามเนื้อ เข้าไปคลายความตึงเครียด และ ลดการอักเสบของเส้นประสาทที่ถูกกดทับโดยตรง
-
Mechanical Traction (เครื่องดึงหลัง) – เปรียบเสมือนการเพิ่มพื้นที่หายใจให้กระดูกสันหลัง ช่วยยืด และ ลดแรงกดทับบริเวณหมอนรองกระดูกอย่างนุ่มนวล ทำให้เนื้อเยื่อที่ปลิ้นออกมายุบตัวลง ส่งผลให้อาการปวดตึง หรือ เสียวร้าวลงขาบรรเทาลงอย่างเห็นได้ชัด
-
Ultrasound Therapy (คลื่นเสียงบำบัด) – ช่วยสลายความเจ็บปวด และ การอักเสบในจุดที่ลึกเกินกว่าการนวดทั่วไปจะเข้าถึงได้ คลื่นเสียงจะเข้าไปเร่งกระบวนการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ และ เส้นเอ็นที่บาดเจ็บ ทำให้ร่างกายฟื้นตัว ทุเลาปวดได้ไวขึ้น
-
EMS (Electrical Muscle Stimulation) – ช่วยปลุกกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวที่อ่อนแอให้กลับมาแข็งแรง ทำหน้าที่เป็นเกราะพยุงกระดูกสันหลังแทนหมอนรองกระดูกที่บาดเจ็บได้อย่างมีประสิทธิภาพ ป้องกันไม่ให้กลับมาปวดซ้ำในระยะยาว





คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท
หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท หายขาดได้ไหม?
หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทสามารถรักษาให้หายขาดได้ หากรีบฟื้นฟูด้วยการทำกายภาพบำบัดตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อให้หมอนรองกระดูกกลับเข้าที่ และ ป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ
การรักษาด้วยเครื่องดึงหลัง (Traction) และ จัดกระดูก เจ็บหรือไม่?
การรักษาด้วยเครื่องดึงหลัง และ จัดกระดูกไม่เจ็บอย่างที่คิด การดึงหลังจะช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย ส่วนการจัดกระดูกอาจได้ยินเสียงข้อต่อขยับเล็กน้อย แต่จะรู้สึกโล่งและเบาสบายขึ้นทันที
ต้องทำกายภาพกี่ครั้งถึงจะเห็นผล?
ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักรู้สึกว่าอาการปวดร้าว และ ชาลดลงอย่างชัดเจนตั้งแต่ 1-3 ครั้งแรก ทั้งนี้จำนวนครั้งในการรักษาจะขึ้นอยู่กับความรุนแรงของแต่ละบุคคล
ค่ารักษาหมอนรองกระดูกทับเส้นที่คลินิก เริ่มต้นเท่าไหร่?
ค่ารักษาหมอนรองกระดูกทับเส้นเริ่มต้นที่ 3,000 บาท/ครั้ง เหมาะทั้งผู้ที่มีอาการหมอนรองกระดูกทับเส้น รวมไปถึงผู้ที่ต้องการรักษาออฟฟิศซินโดรมด้วย
ผู้เขียน
คุณหมอรุ่งทิวา เจริญเศรษฐกิจ (หมอเทียง)
Dr. Rungthiwa Charoensetthakit
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจัดกระดูก (ไคโรแพรคติก)
ประวัติแพทย์
- สำเร็จการศึกษาจาก Southern California University of Health and Sciences (SCUHS) สหรัฐอเมริกา
- ได้รับใบอนุญาตประกอบโรคศิลปะสาขาไคโรแพรคติก จากกระทรวงสาธารณสุข
- เป็นสมาชิกสมาคมการแพทย์ทางเลือกไคโรแพรคติกแห่งประเทศไทย (TCA)




